Subscribe Unsubscribe
แม้เราจะทราบดีกันว่าความเครียดทำลายสุขภาพมากแค่ไหน แต่ในแต่ละวัน เราก็เลี่ยงได้ยากกับความเครียดตึงที่มาพร้อมกับเรื่องของคนและเรื่องของงาน เป็นผลให้หัวใจต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นการทำลายสุขภาพในระยะยาวประการหนึ่ง ทราบอย่างนี้แล้วจึงสำคัญทีเดียวที่เราควรดูแลอารมณ์ระหว่างการทำงานให้เป็นปกติอยู่เสมอ หรือปรับระดับความเครียดให้ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็วที่สุด และต่อไปนี้ คือแนวทางธรรมชาติในการบำบัดเครียด อย่างที่คนเมืองอย่างเราๆ สามารถพกติดตัวไว้ใช้ขณะทำงาน ออกกำลังกาย ใช่แล้ว เรากำลังหมายถึงการออกกำลังระหว่างวัน หรือในที่ทำงานนี่ล่ะ ลองหาเวลาช่วงพักกลางวันไปฟิตเนสยิมเพื่อออกกำลังคลายเครียด หรือออกกำลังเบาๆ ขณะนั่งทำงานแล้วรู้สึกเครียด อย่างการเหยียดแขนสูงๆ แบบโยคะ หรือหมุนไหล่เป็นวงกลม ก็สามารถบรรเทาความเครียดลงได้ หาผู้ช่วยติดโต๊ะทำงาน ผู้ช่วยที่สามารถช่วยเหลือเราเรื่องความเครียดได้ดีเสมอ มีทั้งกลิ่นบำบัดทั้งหลาย อาทิ แฮนด์ครีมกลิ่นชวนสบายใจ น้ำมันหอมระเหยกลิ่นบำบัดในรูปแบบสเปรย์ หรือแบบที่แตะแต้มกับลำตัวได้ เรื่อยไปทั้งการจัดวางต้นไม้หรือวัสดุสีเขียวมาช่วยบรรเทาความอ่อนล้าทางสายตา ดูแลอาหารการกิน การกินมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ หากหงุดหงิดง่ายควรดูแลอารมณ์ระหว่างการทำงานทั้งมื้อเช้าและเที่ยงด้วย อาหารที่ดีต่อสุขภาพและเสริมสร้างพลังงาน ละเว้นชากาแฟที่กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจ และงดการดื่มแอลกอฮอล์หลังเลิกงาน หากวันรุ่งขึ้นยังต้องมาทำงาน เพื่อให้ร่างกายและอารมณ์พร้อมต่อการจัดการงานไปทั้งวัน พักผ่อนระหว่างวันบ้าง การทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดพัก ก็ไม่ต่างจากเครื่องจักรที่จะเกิดความร้อนเกินพิกัด และเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ไม่มากไปเลย หากจะหยุดละสายตาจากคอมพิวเตอร์ทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วเบรกให้ตัวเองได้หยุดพักสักครู่ รวมทั้งการสนทนากับเพื่อนร่วมงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เล็กน้อยสักครู่ แล้วกลับไปมุ่งมั่นกับทำงานต่อ นี่คือการพักการทำงานร่างกายสักครู่เพื่อผลลัพธ์ของงานที่ดีในระยะยาว พักสมองในวันหยุด ใช้เวลาในวันหยุดอย่างเต็มที่ไปกับการพักผ่อนที่เราชื่นชอบ อาจเป็นการอยู่กับบ้าน การนอนหลับ การอ่านหนังสือ หรือกิจกรรมโปรดต่างๆ ที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักจากความเครียดอย่างแท้จริง ตักตวงช่วงเวลาเหล่านี้ เพื่อให้เรามีความพร้อมในการทำงานอีกครั้งอย่างมีประสิทธิภาพ และถือได้ว่าเป็นคนที่จัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม