Subscribe Unsubscribe
เพราะหลักการทางธรรมชาติคือความสมดุล อย่างที่คนโบราณจะนำสมุนไพรมาต้มแล้วอบไอน้ำให้พิษขับออกมาทางผิวหนัง หรือเป็นการดื่มน้ำสมุนไพรให้เราอาเจียน ทำให้เราสบายตัวขึ้นและสะอาดขึ้น ความรู้นี้ยังถูกส่งต่อๆ กันมาจนถึงปัจ -จุบัน อย่างที่เราเรียกกันว่าการดีท็อกซ์ (Detox) หรือฟาสติ้ง (Fasting) ทางอายุรเวทของอินเดีย มีการบันทึกไว้อย่างชัด เจนว่า การขจัดสารพิษเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ และมีสารพิษอยู่ 3 ประเภทที่ทำร้ายร่างกายเรา อย่างแรกคือสารพิษที่เกิดจากให้การย่อยที่ไม่ดี อย่างที่สองคล้ายกับอย่างแรกแต่รุนแรงกว่า เพราะเป็นสารพิษในลำไส้ที่สะสมนานเข้าจนทำ ลายเนื้อเยื่อในลำไส้ ทำให้ลำไส้เป็นแผล และยังเข้าไปในกระแสเลือดทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ และสุดท้ายคือสารพิษที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่า สารสังเคราะห์ สารกันบูด มลพิษ และสารหนักต่างๆ
การกินล้างพิษเริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวันเรานี่ล่ะ ที่ควรกินอาหารที่สดใหม่ มีไฟเบอร์มากๆ ไม่กินของหมักดอง และดื่มน้ำเยอะๆ แต่หากมีพิษสะสมมากเข้า เราอาจใช้วิธีอดอาหารล้างพิษที่มีสูตรแตกต่างกันไป ไม่ว่าแบบ 1 วัน ที่กินแต่ผลไม้และน้ำเปล่า หรือแบบ 5 – 7 วัน ที่ค่อยๆ ลดมื้ออาหาร แล้วแทนที่ด้วยผลไม้ หรือแบบ 12 – 14 วัน ที่มีการกินสมุนไพรเสริม และวันท้ายๆ จะมีการค่อยๆ กลับมากินตามปกติ สูตรเหล่านี้ไม่มีสูตรไหนตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบของเรา หรือบางคนอาจดัดแปลงให้ตรงตามการใช้ชีวิตก็ได้ เช่น เปลี่ยนเป็นการดื่มน้ำผลไม้อย่างเดียว 1- 3 วัน เป็นต้น โดยไม่ลืมว่า ต้องไม่ทำร้ายสุขภาพชนิดที่ต้องเป็นลมล้มป่วย
รูปแบบกำจัดสารพิษนั้น รวมๆ แล้วมีรูปแบบอยู่ 5 วิธี นั่นก็คือ การสวนทวาร, การอบไอน้ำ, การออกกำ -ลังกายหรือการนวด, การใช้ยา และการถ่ายเลือด (โดยผู้เชี่ยวชาญ) ที่เราคุ้นหูมากหน่อยอย่างการสวนทวารที่ให้บริการตามสปาหรือโรงพยาบาลต่างๆ นั้น ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สะดวก แต่ในปัจจุบันนี้ ก็มีอุป-กรณ์เพื่อทำการดีท็อกซ์วางขายอยู่ทั่วไป (แต่ต้องเลือกสักนิดนะ) มีสูตรน้ำกาแฟที่คิดค้นโดย นพ.แมกซ์ เกอร์สัน หรือสูตรน้ำมะขามเปียกเจือจาง และสูตรน้ำมะนาวที่ตกทอดมาจากคนโบราณ หรือถ้าอยากรู้สึกปลอดภัยที่สุด ก็ควรเป็นน้ำอุ่นเปล่าๆ จากนั้นนำมาสวนทวารได้ นอกจากนี้ ควรเลือกอาหารที่สะอาด อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ขับถ่ายให้เป็นนิสัย การอบไอน้ำเพื่อขจัดพิษออกทางผิวบ้างหรือออกกำลัง และดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้มีการระบายสารพิษออกมาทางผิวหนังนั่นเอง