|
นั่งวิปัสสนาที่ธรรมกาญจนา กาญจนบุรี |
| Sabai-arom Blog |
25 Mar 2009 | |
 |

|
|
นั่งวิปัสสนา ที่ธรรมกาญจนา กาญจนบุรี ดูจากรูปแล้ว เชื่อว่าชาวสบายอารมณ์คงเผลอคิดไปว่าเราแอบไปเที่ยวรีสอร์ทที่ไหน จริงๆ แล้วไม่ได้ไปหย่อนใจหรอกค่ะ แต่ว่าไปชำระจิต จะพูดให้ทันสมัยก็อาจจะเรียกว่าไปทำ ดีท็อกซ์จิตก็ได้กับสถานวิปัสสนา 'ธรรมกาญจนา' อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
| |
ส่วนตัวแล้ว คิดว่าการไปทำดีท็อกซ์จิตมีความสำคัญมาก เพราะจิตใจของเราผ่านความสกปรกมาอย่างโชกโชน เหมือนที่เราอาบน้ำทุกวันเพื่อให้เนื้อตัวสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ หรือการที่เราทำdetoxลำไส้ เพื่อล้างคราบไขมันที่สะสมข้างผนังลำไส้เพื่อไม่ให้มีของเสียไหลเวียนในร่างกาย จิตใจของเราเนี่ยผ่านศึกหนักยิ่งกว่าผิวหนังหรือผนังลำไส้ซะอีกนะคะ เพราะจิตของเราขยันทำงานอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวอยากมี อยากได้ อยากเป็น หรือไม่ก็วิตกกังวลจนเก็บไปฝัน เห็นมั๊ยว่าขนาดหลับไปแล้ว จิตใต้สำนึกของเรายังสะสมกิเลสอยู่เลย แล้วลองคิดดูว่าถ้าเราไม่ทำความสะอาดจิตใจเราซะบ้าง มันจะมีคราบกิเลสเกาะหนาขนาดไหน
ผลของการที่เราสั่งสมกิเลสเอาไว้มากๆ ก็ไม่ต่างไปจากการที่เราสูดเอามลพิษเข้าไปไว้ในร่างกาย ก็คือทำให้ปวดหัว เป็นทุกข์ ขาดความสุข สับสนในชีวิต บางคนมีสตางค์แต่ไม่มีสติ ใช้ชีวิตแบบประมาท ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่เก็บความทุกข์ไว้กับตัวเอง แต่กลับพ่นมลพิษความทุกข์ ความกดดันไปให้คนรอบข้าง ทำให้เชื้อแห่งความทุกข์แพร่ไปทั่ว ใครอยู่ใกล้ก็พลอยรับเชื้อเครียด เชื้อโลภไปด้วย ลองคิดดูว่าเราเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาแบบนี้รึเปล่า ถ้าคิดว่าไม่ ก็นับว่าโชคดีระดับนึงค่ะ แต่ยังไงส่วนตัวแล้วคิดว่าการไปล้างจิตก็เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นอยู่ดี
ขอเล่าประสพการณ์ของตัวเองว่าก่อนที่เราจะไปนั่งวิปัสสนาครั้งแรกเมื่อ7ปีก่อน ก็คิดว่าตัวเองก็มีความสุขในชีวิตดีพอสมควร หน้าที่การงานก็ประสพความสำเร็จ ชีวิตโดยรวมไม่มีปัญหาอะไร (คือตอนนั้นไม่รู้ตัวว่ามีปํญหา) แต่โชคดีที่มีโอกาสรู้จักพี่เหมียว วรัตตดาที่แนะนำให้เราลองไปนั่งวิปัสสนา และโชคดีที่เราเองมาจากครอบครัวที่สนับสนุนเรื่องทางนี้ และเจ้านายในตอนนั้นก็ใจดีที่อนุญาตให้เราลา12 วันได้ (เจ้านายคงรู้ดีว่าไม่มีโปรแกรม training คอร์สไหนที่จะพัฒนาเราได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว) ก็เลยไปลองดู ระหว่างที่ไปก็ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ท้าทายจิตใจมากๆ แต่พออยู่จนจบ10วัน ก็ต้องบอกว่าเป็น 10 วันที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต กลับมาบ้าน แม่บอกว่าเหมือนได้ลูกสาวคนใหม่ ไม่ขี้โมโห ไม่เอาแต่ใจ และยิ่งพอไปทุกปี ก็ยิ่งพบกับความสุขที่แท้จริงว่าความสุขก็คือไม่ทุกข์น่ะเอง ทุกวันนี้จะรู้สึกอยู่เสมอว่าเราโชคดีที่มีโอกาสได้รู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้า ชีวิตสุขสงบราบรื่น เจอแต่คนดีๆในชีวิต เจอปัญหาบ้างก็ไม่ค่อยรู้สึกว่ากำลังเผชิญปัญหา เพราะในที่สุด ปัญหาอะไรๆ ก็มักจะคลี่คลายไปได้ด้วยดีเสมอ เหมือนมีธรรมะคอยจัดสรรให้
อยากให้ทุกคนได้ไปทดลองดูบ้าง จะได้ชิมรสชาติของความสุขที่เราได้พบ และความสงบที่อยู่ไม่ไกลแค่ในจิตใจเรานี่เอง ขอฝากถึงคนที่หวังอยากจะให้สังคมของเราดีขึ้นว่า ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองค่ะ ถ้าเราแต่ละคนซึ่งเป็นส่วนประกอบเล็กๆของสังคมมีจิตใจที่สะอาด มีแต่ความปรารถนาดีต่อกัน รับรองว่าสังคมส่วนรวมต้องดีขึ้นแน่ๆ
ส่วนคนที่ชอบติดตามกระแส ก็ขอบอกว่าตอนนี้ธรรมะกำลังอินเทรนด์มากๆ ฝรั่งต่างชาติ ต่างศาสนาก็กำลังสนใจธรรมะของพระพุทธเจ้า และการนั่งปฏิบัติธรรม สำรวจจิตใจกันยกใหญ่ อย่างศูนย์วิปัสสนาที่เราไปก็มีสาขาอยู่ถึง 140 แห่งทั่วโลก เรียกว่าแทบจะทุกประเทศเลยเชียว และก็มีการเปิดสาขาใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ ลองไปนั่งวิปัสสนาดูซักครั้ง รับรองว่าไม่เชยแน่ๆ ออกจะเดิ้นด้วยซ้ำไป ใครไปมาแล้วติดใจก็อย่าลืมมาเล่าให้เพื่อนๆฟังบ้างนะคะ
สำหรับคนที่สนใจอยากจะอ่านรายละเอียด เกี่ยวกับการนั่งวิปัสสนาของมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนาฯ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.thai.dhamma.org หรืออ่านภาษาอังกฤษได้ที่ www.dhamma.org
|
|
|
Trackback(0)
|
ทองผาภูมิ กาญจนบุรี มิใช่ ณ ชายแดนปิล๊อกบ้านป้าเกล็นแห่งเดียว( www.parglen.com )แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเที่ยวได้ทั้งปี ตั้งแต่เข้าเขตทองผาภูมิก็มีวัดท่านมิตสุโอะ น้ำตกผาตาด น้ำพุร้อนหินดาด น้ำตกผาสวรรค์ ขี่ช้างล่องแพลิ่นถิ่น มีโฮมสเตย์ของนักทำโป่งเทียม เป็นบ้านเรือนไทยที่สวยงามสร้างโดยไม่มีการเขียนแบบ มีของเก่าของโบราณมาตกแต่งไว้ให้เรียนรู้ ชื่อภูผาตาด โฮมสเตย์(www.panoramatown.com/phuphatat ) มีกิจกรรมนมัสการพระพม่าอายุ 90 ปี สวดมนต์แบบพม่า พาไปสำรวจน้ำตกใหม่ที่นักข่าวไทยพีบีเอสบอกว่าสู้ทีลอซูได้สบายมาก รายการทีวีไทยสุดสัปดาห์ยืนยันได้ในความงาม
ไปอีกนิดถึงเมืองทองผาภูมิ มีร้านแนวๆชื่อลูนู๋( www.lunu.biz ) มีร้านทอง(แดงสดใส)ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของตลาดทองผาภูมิ มีตลาดนั่งยองในแบบชาวบ้าน มีขนมทองโย๊ะขนมแปลกแห่งทองผาภูมิ มีแม่น้ำข้ามได้ สะพานแขวน และศพไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่สายที่ลือชื่อเรื่องปาฎิหาร มีพระเจดีย์คีรี ที่ดูวิวทองผาภูมิ 360 องศา ณ วัดท่าขนุน มีพระขาวภปร.องค์ใหญ่มากเป็น 1 ใน 10 และเป็นองค์สุดท้ายที่ในหลวงทรงสร้าง
ออกจากเมืองไปไม่ไกลชมวิวทิวเขื่อนและทะเลาะกับลิงที่เขื่อนเขาแหลม( http://vrk.egat.com )ที่พักติดเขื่อนเขาแหลมที่ใกล้ๆอัธยาศัยดีและราคาถูกมากๆสร้างในแนวที่ฝรั่งชอบมากๆก็ได้แก่ บ้านเก็บตะวัน โฮมสเตย์ ( http://keptawan.siam2web.com )บ้านของลุงยศ ไกด์ผู้บุกเบิกฝรั่งเดินป่าแห่งกาญจบุรี ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงามของวิวทะเล กิจกรรมพายเรือคยัค แคนนูข้ามเขื่อน และความงามของพระอาทิตย์ตก บริเวณนั้นมีวิถีชาวบ้านของหมู่บ้านท่าแพ ใกล้ๆมีจุดชมวิวทะเลที่เหมือนวิวเกาะกลางทะเล
เลยไปอีกไม่กี่กิโลเมตร มีหมู่บ้านห้วยเขย่ง หมู่บ้านที่เคยเลี้ยงช้างเพื่อชักลากไม้ มีสวนป่า พุปลิง ปูราชินีที่เดียวของโลก ค้างคาวกิตติสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก ณ ถ้ำหินงอกหินย้อย ถ้ำ 28 มีบึงน้ำทิพย์ที่ป่าไม้เพิ่งจะไปบุกเบิกใหม่ ถ่อแพข้ามไป มีต้นไม้ยักษ์ น้ำตกสายรุ้ง มีหมู่บ้านพูดเหนือเหมือนเมืองเชียงใหม่ มีหมู่บ้านพูดลาวด้วย มีชาวกระเหรี่ยง พม่ามากมายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีที่นั่งห้างดูช้าง หรือวันดีคืนดีเห็นตัวเป็นๆเย็นๆมากันเป็นโขลงก็พบกันอยู่บ่อยๆ
ในเขตหมู่บ้านนี้ยังมีบ้านไร่วิมานดิน ออร์แกนนิค ฟาร์มสเตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยให้เข้าเยี่ยมชมและเข้าพัก( www.vimandin.com )ขอบอกว่าที่นี่โรแมนติคมากๆ อยู่ติดกับลำน้ำห้วยเขย่งสถานที่สำหรับถ่อแพ ล่องแก่งกันมาหลายสิบปี มีโป่งพุร้อนที่อยู่ไม่ไกล ที่นี่ได้ยินเสียงช้างป่าและสัตว์ต่างๆร้องอยู่บ่อยๆ บนยอดเขาที่ใกล้กับวิมานดินมีวิวทะเลหมอก ทะเลสาป วิวพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก 4 อย่างในจุดเดียวกัน มีสระอโนดาตที่มีผู้ค้นพบใหม่ มีหอยโลกล้านปีแบริโอพอทที่มีอายุกว่า 280 ล้านปีที่หาดูยากมากๆอยู่บนยอดเขา แต่ไม่มีหน่วยงานไหนให้ความสนใจปล่อยให้ชาวบ้านเก็บเอาไปขายทำเครื่องรางของขลังชิ้นละ 50 สตางค์น่าเสียดายมาก
เลยจากเส้นนี้ไปไกลสักนิดก็เป็นอช.ทองผาภูมิกับเจ้านกเงือกที่คอยต้อนรับ หรือจะขึ้นเขาช้างเผือกยอดเขาที่สูงที่สุดของทองผาภูมิ หรือจะไปไกลนิดลำบากหน่อยด้วยรถ4x4 สู่เหมืองปิล๊อก บ้านอีต่อง เนินเสาธง ถือว่ามาได้ไกลสุดเขตชายแดนพม่า-ทองผาภูมิเลยทีเดียว
จะเห็นได้ว่ามีสถานที่มากมายที่การท่องเที่ยวไม่เคยรู้ ไม่เคยไปดูและไม่รู้จัก ซึ่งอยู่ใกล้ๆกรุงเทพมากๆเพียง 2 ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว แต่ไม่ได้ถูกประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รับรู้ จึงอยากให้ช่วยกันแจ้งข่าวออกไป เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกการท่องเที่ยวไทยให้หันมาสนใจทองผาภูมิบ้าง
ท้ายสุด สำหรับผู้ที่ชื่นความหนาวเย็นข้อความข่าวนี้คงยืนยันได้ว่าความหนาวเย็นของทองผาภูมิว่าไม่แพ้เชียงใหม่แน่นอน
ข่าวโดยสำนักข่าวไทย 15 มกราคม " กาญจนบุรีเย็นจัดชายแดนทองผาภูมิ 4 องศาฯ "
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=244367&ch=lc2