|
มะลินี้...แด่แม่ผู้ยิ่งใหญ่ |
 |
สิ่งที่วิเศษที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ที่ผู้หญิงทุกคนภาคภูมิใจก็คือความเป็น “แม่” เราคงไม่อาจจะตอบแทนพระคุณของแม่ได้หมดสิ้น คงสรรหาคำบรรยายความรู้สึกทั้งหมดในโลกนี้ที่มีต่อแม่ได้ไม่เพียงพอ แต่เราสามารถระลึกและรักแม่ได้ทุกวันที่มีลมหายใจอยู่ |
|
เพราะความรักของแม่นั้นมากมายเหลือเกิน เป็นความรักที่บริสุทธิ์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ กลับคืน เพียงแต่หวังว่าขอให้ลูกของแม่นั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีชีวิตที่มีความสุขเท่านั้นเอง ก่อนจะถึงวันแม่ในปีนี้ สบายอารมณ์จึงอยากจะชวนสาวๆ ทุกท่าน หวนรำลึกถึงวันแม่ เพื่อสานสัมพันธ์ความอบอุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และวันแม่ปีนี้จะกลับไปกอดแม่ และมอบดอกมะลิแทนใจจากลูกๆ ทุกคน
วันแม่ มีความเป็นมาที่กล่าวสืบต่อกันมาว่า นางแอนนา เอ็ม. จาร์วิส ครูชาวอเมริกันแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย ใช้ความพยายามร่วมสองปีเพื่อเรียกร้องให้มี “วันแม่” ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยในปี พ.ศ. 2457 ประธานาธิบดีวู้ดโรว์ วิลสัน ได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็น “วันแม่แห่งชาติ” และให้ใช้ “ดอกคาร์เนชั่น” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ โดยมี 2 ลักษณะคือ ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว
วันแม่ในประเทศไทยนั้น จัดขึ้นครั้งแรกโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องงดจัดในปีต่อไป และต่อมาหลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นจัดขึ้นอีก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงมีการเปลี่ยนกำหนด“วันแม่”หลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 คณะรัฐมนตรีสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีประกาศรับรองให้วันที่ 15 เมษายนของทุกปีเป็นวันแม่ โดยเรียกว่า “วันแม่ของชาติ” และมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรก มีการตอบรับจากหน่วยงานและประชาชนด้วยดี จึงมีการจัดงานวันแม่กันอย่างกว้างขวางในปีต่อๆ มี และจัดให้มีกิจกรรมการประกวดแม่แห่งชาติ และคำขวัญวันแม่อีกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนวันแม่ใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่ 12 สิงหาคม อันเป็น วันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็น “วันแม่แห่งชาติ” และกำหนดให้ใช้ “ดอกมะลิ” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์วันแม่
“ดอกมะลิ” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ที่มีความหมายลึกซึ้ง เนื่องจากดอกมะลินั้นแสดงถึงความรักของแม่ที่งดงามดุจดังดอกไม้ มีสีขาวบริสุทธิ์ ผุดผ่อง และอ่อนโยน มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง นอกจากนี้ มะลิอาจจะเป็นดอกไม้ที่เราพบเห็นได้ง่ายๆ นิยมนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยถวายพระ เพราะมีกลิ่นหอมพิเศษ และมีสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีประโยชน์รวมถึงใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคได้ เช่น มะลิซ้อนดอกสดใช้รักษาโรคตาเจ็บ แก้ตัวร้อน แก้หวัด “ดอกมะลิแห้ง” ใช้ปรุงเป็นสารแต่งกลิ่น “ใบมะลิสด” นำมาตำให้ละเอียดจะช่วยรักษาแผลพุพองและแผลฝีดาษ “ต้นมะลิ” ใช้รักษาโรคคุดทะราด ขับเสมหะและโลหิต “ราก” นำมาฝนใช้แก้ปวด รักษาโรคร้อนในและอาการเสียดท้อง เป็นต้น
วันแม่ในปีนี้นำพวงมาลัยดอกมะลิสักพวง หรือช่อดอกมะลิสักช่อ หรือไม่ต้องเอาอะไรไปด้วยเลย เพียงแต่กลับไปหาแม่ แล้วแสดงความรู้สึกรักความห่วงใยต่อท่านให้ท่านชื่นใจก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ |
Trackback(0)
|